บุญชู 1 (บุญชูผู้น่ารัก)
เรื่องย่อ: บุญชู บ้านโข้ง เด็กหนุ่มสุพรรณ แสนซื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯพร้อมกับแป้งหลานสาว เพื่อเรียนกวดวิชาก่อนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยหวังจะเข้า คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บุญชูได้พบกับเพื่อน ๆ และโมรีสาวน้อยน่ารัก ทุกวันโมรีจะนั่งเรือข้ามฝากมาขึ้นที่ท่าของบุญช่วยพี่ชายของเขา
บุญชู 2 (น้องใหม่)
บุญชู 5 (เนื้อหอม) ไม่ต้องตกใจนะครับ
![]() |
ที่มา : อาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล ทำเก๋จัดแจงเอาภาค 3 กับ 4 ใส่ลงไปตอนต้นของภาค 5 เป็นตอนสั้นๆ ในชื่อว่า บุญชู 3 จำจากแม่ และ บุญชู 4 ปีหนึ่ง มันเป็นอย่างไรก็ลองดูด้วยตาแล้วกันนะครับ มันตอนสั้นขืนเล่าก็หมดกันพอดี เรื่องย่อ : เรื่องราวของบุญชู (คุณสันติสุข พรหมศิริ) หลังจากสามารถสอบติดคณะเกษตรได้สมดังใจหวัง เขาก็เป็นที่รักในหมู่เพื่อน ไม่ว่าจะพื่อนในคณะหรือเพื่อนซี้ดั้งเดิม ได้แก่ คำมูล, หยอย, นรา, เฉื่อย, ไวยากรณ์, ประพันธ์, นก (สาวห้าวๆ ที่หยอยตามจีบในภาคสองไงครับ) เเละหวานใจตลอดกาลอย่างโมลี บุญชู 6 (โลกนี้ดีออกสุดสวยน่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย) เรื่องย่อ : ทางด้านมานี พี่สาวของโมรี ซึ่งเปิดบริษัทเอเจนซี่โฆษณา ต้องการหานายแบบมาถ่ายทำโฆษณาผลิตภัณฑ์กีฬาชุดใหม่ ลลิตา ครีเอทีฟสาวพราวสเน่ห์ประจำบริษัทเสนอนายแบบที่ตนเองรู้จัก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โมรีจึงเสนอให้ใช้บุญชูและเพื่อนๆ เนื่องจากรู้ดีว่าเพื่อนๆมาช่วยกันโดยไม่หวังผลตอบแทนอยู่แล้ว แต่เมื่อเพื่อนๆได้มาพบกับลลิตา ซึ่งมีนิสัยชอบปั่นหัวผู้ชายเล่นก็หลงรักกันทุกคน ยกเว้นบุญชูที่ยังยึดมั่นกับโมรี ลลิตาส่งจดหมายรักในวันวาเลนไทน์ให้กับเพื่อนๆทุกคน บุญชูรู้เข้าจึงนัดเพื่อนๆมาเจอกันและเผยว่าที่แท้เป็นแค่เรื่องเล่นสนุกของลลิตาเท่านั้น ทุกคนจึงไม่เชื่อใจลลิตาอีก ยกเว้นทองดีที่เป็นคนซื่อ และหลงรักลลิตา ก็ได้ทำตามคำไหว้วานของลลิตาที่อยากจะได้ผลหกประโยชน์จากนายแบบของตนในการเซ็นสัญญากับลูกค้าต่างประเทศ โกหกบุญชูว่าลูกค้าอยากพบ และหลอกให้เซ็นสัญญา เพื่อนๆของบุญชูจึงรวมกันตามไปทวงสัญญาคืน |
บุญชู 7 (รักเธอคนเดียวตลอดกาล ใครอย่าแตะ)
เรื่องย่อ : และแล้วบุญชูกับโมลีก็ได้ฤกษ์ร่วมหอลงโรงกันซะที แต่ก็เกิดปัญหาใหญ่ เพราะแม่บุญล้อมต้องการให้โมลีแต่งมาอยู่สุพรรณ ส่วนพี่มานี (พี่สาวของโมลี) ก็อยากให้บุญชูย้ายมากรุงเทพ ทีนี้ด้วยประเพณียังไงฝ่ายหญิงก็ต้องมาอยู่กับฝ่ายชายที่บ้านเก่าริมคลอง พี่มานีเลยยื่นคำขาดว่าจะยอมปล่อยให้น้องสาวคนเดียวมาอยู่บ้านนอกก็ต่อเมื่อบุญชูสามารถทำให้คลองสะอาด น้ำใสไร้มลพิษ ไม่งั้นก็ไม่ให้ย้ายอะไรทั้งนั้น
บุญชู 8 (เพื่อเธอ)
เรื่องย่อ : ชีวิตของบุญชูที่ผ่านมา ตังแต่สมัยเรียนจบจบการศึกษาโดยได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่มีน้ำใจ สุดท้ายก็ได้แต่งงานกับโมลี และชีวิตคู่ได้ผ่านมาร่วม 2 ปี ในที่สุดพรรคพวกก็ได้เฮฮากันอีกครั้ง โดยนัดกันบุกเมืองสุพรรณ เพื่อแสดงความยินดี กับ”บุญชู จเนียร์” แต่เหตุการณ์ดีกลับกลายเป็นข่าวร้าย ในวันที่ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากัน เป็นจังหวะเดียวที่ตลาดบ้านโข้งเกิดการโกลาหล ตำรวจไล่จับโจร(นัย สุขสกุล) และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันบุญชู (ไอ-เอิฟ-สระ-อู)
เรื่องย่อ : บุญโชค เป็นลูกชายของบุญชูและโมรี ซึ่งถูกให้บวชเณรตั้งแต่เด็ก โดยบุญโชคตั้งใจจะให้บวชไปเรื่อยๆจนเป็นพระ แต่โมรีอยากให้ลูกเข้าเรียนและใช้ชีวิตปกติมากกว่า จึงแอบสึกเณรโดยไม่บอกบุญชูและส่งเข้ากรุงเทพ เพื่อฝากให้กลุ่มเพื่อนเก่าช่วยดูแล
บุญชู10 (จะอยู่ในใจเสมอ)
เรื่องย่อ : กิดความอลหม่านขึ้นเมื่อบุญชู และผองเพื่อน ยกขบวนกันมาเยี่ยมบุญโชค ลูกชายสุดที่รัก ที่มาร่ำเรียนหมอด้านสมุนไพรในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งคู่กลับคลาดกัน เพราะบุญโชคดันเข้าไปในป่ากับรุ่นพี่ บุญชูและเพื่อนๆ เลยต้องตามเข้าไปหาบุญโชคในป่า ทั้งหมดกลับเจอเรื่องไม่คาดฝัน แต่แล้วฟ้าเหมือนประทาน สองสาวพี่น้องชาวเหนือ ได้เข้ามาช่วยชีวิตทั้งคู่อย่างหวุดหวิด สร้างความประทับใจให้กับ บุญชู และ บุญโชค อย่างมาก สองสาวเข้ามาทำให้ชีวิตของบุญชู บุญโชคเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนทำให้โมลี เกิดความไม่พอใจอย่างมาก บุญชู กับ บุญโชค จะแก้ไขปัญหาหัวใจที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ได้อย่างไร
ขอขอบคุณ
บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| บัณฑิต ฤทธิ์ถกล | |
| ชื่อจริง | บัณฑิต ลี้ตระกูล |
| ชื่อเล่น | ก้อง, อาบัณฑิต |
| เกิด | 21 มีนาคม พ.ศ. 2494 [1] พระนครศรีอยุธยา |
| เสียชีวิต | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (อายุ 58 ปี) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล |
| คู่สมรส | นันทนา คุ้มวงษ์ [2] |
| อาชีพ | ผู้กำกับ, นักเขียนบท |
| ปีที่แสดง | พ.ศ. 2526 - 2552 |
| ผลงานเด่น | ด้วยเกล้า บุญชู (ภาค 1-9) |
| รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี | |
|---|---|
| ผู้กำกับยอดเยี่ยม พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชน พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชนภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2532 - บุญชู 2 น้องใหม่ พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชน บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2533 - ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม | |
| รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ | |
| ผู้กำกับยอดเยี่ยม พ.ศ. 2535 - อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป พ.ศ. 2537 - กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้พ.ศ. 2537 - กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2530 - ด้วยเกล้า พ.ศ. 2535 - อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป พ.ศ. 2537 - กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2530 - ด้วยเกล้า | |
| รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง | |
| ผู้กำกับยอดเยี่ยม พ.ศ. 2533 - ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชนพ.ศ. 2535 - อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2533 - ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 พ.ศ. 2535 - อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชน บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พ.ศ. 2533 - ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 | |
| ข้อมูลบนเว็บ IMDb | |
บัณฑิต ฤทธิ์ถกล (21 มีนาคม พ.ศ. 2494 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552) ผู้กำกับภาพยนตร์และนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวไทย มีผลงานที่มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ ด้วยเกล้า (2530) และภาพยนตร์ในชุด บุญชู ที่สร้างชื่อเสียงให้กับดาราคู่ขวัญ จินตหรา สุขพัฒน์ และสันติสุข พรหมศิริ ซึ่งมีการสร้างภาคต่อรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง [3]
บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เกิดที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน โดยบัณฑิตเป็นพี่คนโต จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และอัสสัมชัญพานิช เมื่อ พ.ศ. 2514 จากนั้นเริ่มทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น และเริ่มทำงานเขียนคอลัมน์วิจารณ์ภาพยนตร์ เขียนบทภาพยนตร์ และเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น โบตั๋น (2518), เสือภูเขา (2522), ไอ้ผาง ร.ฟ.ท. (2525), ทอง ภาค 2 (2525)
ผลงานกำกับภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของบัณฑิต คือเรื่อง คาดเชือก เมื่อ พ.ศ. 2526 ออกฉายปี พ.ศ. 2527 จากนั้นจึงมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ของบริษัทไฟว์สตาร์ จากการแนะนำของ ชาลี อินทรวิจิตร(ศิลปินแห่งชาติ) นักแต่งเพลงและผู้กำกับภาพยนตร์ที่บัณฑิตเคยช่วยกัน โดยเริ่มด้วยเรื่อง คู่วุ่นวัยหวาน (2529) จนถึงเรื่อง กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (2537) ก่อนจะเปิดบริษัทของตนเองโดยรับผลิตภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ และกลับมาร่วมงานกับไฟว์สตาร์อีกครั้ง โดยกำกับภาพยนตร์เรื่อง สตางค์, 14 ตุลาสงครามประชาชน ต่อมาได้ร่วมงานกับค่ายสหมงคลฟิล์ม และพระนครฟิล์ม โดยภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องสุดท้ายที่กำกับคือ อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง กับไฟว์สตาร์ และยังมีผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดสั้นอีก 2 เรื่อง
บัณฑิตป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่ พ.ศ. 2548 ต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ และในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 บัณฑิตเกิดอาการหัวใจวายในขณะที่ทำการฟอกโลหิต และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา[4]
[แก้]ผลงานกำกับ
- คาดเชือก (2527)
- มือเหนือเมฆ (2527)
- คนดีที่บ้านด่าน (2528)
- คู่วุ่นวัยหวาน (2529)
- ด้วยเกล้า (2530)
- ปัญญาชนก้นครัว (2530)
- บุญชูผู้น่ารัก (2531)
- บุญชู 2 น้องใหม่ (2532)
- บุญชู 5 เนื้อหอม (2533)
- ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 (2533)
- โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ (2534)
- บุญชู 6 โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย (2534)
- เจาะเวลาหาโก๊ะ (2535)
- อนึ่งคิดถึงพอสังเขป (2535)
- บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ (2536)
- กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (2537)
- หอบรักมาห่มป่า (2537)
- บุญชู 8 เพื่อเธอ (2538)
- อนึ่งคิดถึงพอสังเขป รุ่น 2 (2539)
- สตางค์ (2543)
- 14 ตุลา สงครามประชาชน (2544)
- สาปเสือที่ลำน้ำกษัตริย์ (2545)
- ชื่อชอบชวนหาเรื่อง (2546)
- อุกกาบาต (2547)
- พระ เสือ เด็ก ไก่ วอก (2549)
- ข่าวที่ไม่สำคัญ (My First Report) (2550) ภาพยนตร์สั้นในชุด แด่พระผู้ทรงธรรม
- บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู (2551)
- อนึ่ง คิดถึงเป็นอย่างยิ่ง (2552)
- สวัสดีบางกอก ตอน มาหานคร (2552) ภาพยนตร์สั้นในชุด สวัสดีบางกอก
[แก้]รางวัล
- รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม
- ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
- บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
- พ.ศ. 2533 - ส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44
- บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
- พ.ศ. 2544 - 14 ตุลา สงครามประชาชน
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม
- รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ
- รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม
- ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
- บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม
- รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม
- ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
- บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม



